LifeS

ยื่นตรงๆ.....อย่าไปพิงอะไร

posted on 24 Apr 2008 13:13 by sandglass  in LifeS

เป็นตัวหนังสือที่ได้ไปอ่านผ่านตามาค่ะ
แต่กลับเป็นคำที่คอยวนเวียนอยู่ในหัว ให้ได้คิด
ได้เตือนหัวใจของตัวเอง
เค้าบอกว่า หากเราสามารถอยู่ตรงๆได้โดยไม่พิงอะไร
ต่อให้ใครจะเอาฝา เอากำแพง หรือเอาต้นไม้ออกไป
เราก็ยังยืนอยู่ได้โดยที่ไม่เซ..........
แต่หากเราไม่สามารถยืนได้ด้วยตัวเอง
ต้องอาศัยหาอะไรพิงไว้ตลอดเวลา
เมื่อไร ที่ไอ้สิ่งที่เราพิงอยู่ มันไม่มีอีกต่อไป
เราก็จะเซ หรือล้มเอาได้...........
มันอาจจะยากนะคะในยุคที่คนเรามีภาวะจิตใจอ่อนแอ
ต้องการเป็นที่ยอมรับ อยากเป็นที่รัก ภาวะเหงา ซึมเศร้า
ทำให้เราต่างเอาใจไปพิงไว้กับใครก็ไม่รู้
แล้วสุดท้ายก็ล้ม หรือซวนเซ อาการหนักกันอย่างที่เห็น
ไม่ได้เก่ง หรือยืนได้มั่นคงหรอกค่ะ
บ่อยครั้ง ที่รู้สึกว่าใจตัวเองชักจะเซ
แต่พอคำๆนี้มันลอยเข้ามาในหัว
ก็รู้สึกว่าเข้มแข็งขึ้น เราต้องยืนตรงๆอย่างมั่นคง
แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น(^____^)
กลไกการปลอบประโลมหัวใจของตัวเองค่ะ
ไม่รักตัวเอง ใครที่ไหนจะมารักเราล่ะ จริงมั้ย......

ได้รับ Tag นี้มาจากคุณ ~N~ ซักพักนึงแล้วค่ะ แต่ด้วยภารกิจบางประการ

ที่จริงก็รวมไปถึงเรื่องราว วกวนในหัวด้วยที่ทำให้คิดอะไรไม่ออกเอาซะเลย

วันนี้พอมีเวลาให้ได้มาทบทวนดูค่ะ (^_^)

" ชีวิตที่จบไปแล้ว "

1. เพื่อนๆคิดถึงอะไร

ถ้าพูดถึงชีวิตที่จบไปแล้ว ส่วนตัวคิดได้เป็นสองแบบนะคะ

แบบแรก คือหมายถึงการสิ้นสุดของชีวิตจริงๆ นั่นคือการสิ้นสุดทุกสิ่งทุกอย่าง

การเดินทางครั้งใหม่ อันแสนยาวไกล หมดความทุกข์ สุข เศร้า ......

แบบที่สอง คือการสิ้นสุดของเหตุการณ์ เรื่องราว หรือความสัมพันธ์บางอย่าง

ซึ่งการจบก็มีทั้งจบแบบสวยงาม ประทับใจ หรือจบแบบปวดร้าวทรมานใจ

 

2.1 เมื่อได้ยินกับหูตัวเอง
2.2 เมื่อได้เห็นกับตา

สองข้อนี้ ขอตอบแบบรวมๆนะคะว่า เมื่อเรารับรู้ได้ถึงสิ่งที่จบไปแล้ว

หากเป็นการจากลาของชีวิตหนึ่ง มองว่านั่นคือธรรมชาติ เป็นธรรมดาโลกค่ะ

ที่มีการ เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นธรรมชาติ เราที่เห็นๆกันอยู่

ต่อให้รักกันมากเพียงใด หรือเกลียดกันแต่ไหน

วันนึง ต่างก็ต้องแยกย้ายกันไป

และรู้สึกได้ถึงความไม่แน่นอน เราไม่รู้หรอกว่าชีวิตนี้ ยาวไกลซักแค่ไหน

เคยได้ยินเรื่องที่อยู่ดีๆ คนเราก็กินข้าวแล้วเกิดการสำลัก ข้าวอุดหลอดลมจนตาย

ไม่ใช่เรื่องตลกหรือเป็นไปไม่ได้เลยค่ะ คนเราพร้อมที่จะจากลากันอยู่ทุกเมื่อ

ทำดีต่อกันเท่าที่ยังมีลมหายใจจะดีกว่า

      ส่วนการจากลาในแบบที่สองก็เช่นกันค่ะ รู้สึกว่าเป็นธรรมชาติ เป็นธรรมดาโลก

มีพบ มีพราก มีใกล้กัน ก็มีวันจากไกล เราไม่สามารถยึดมั่นถือมั่นว่าอะไรยั่งยืนได้

ไม่มีอะไรที่เป็นของเราจริงๆ อย่างที่ท่านพุทธทาส กล่าวว่า อันตัวกูของกูนั้นไม่มี


2.3 เมื่อต้องอยู่กับสิ่งที่จบไปแล้ว

ปรับหัวใจของตัวเองค่ะ เราต้องอยู่ได้ แม้บางสิ่งจบไป หรือบางชีวิตจากไป

แต่เรายังต้องมีวันข้างหน้า อย่าไปจมอยู่กับอดีต หรืออะไรที่จบไปแล้ว

หากยากที่จะทำ เราอาจมีเวลานึกถึงสิ่งที่จบไป แต่ต้องคอยเตือนตัวเองว่า อย่าอยู่กับมันนาน

เพราะมันคือทุกข์ค่ะ อย่างที่เขาว่า หากเราอยู่กับปัจจุบัน เราจะปราศจากทุกข์ (^_^)


3. จะมีวันข้างหน้า ต่อไปไหม

แน่นอนค่ะ ที่ต้องมีวันข้างหน้า ธรรมชาติของคนเรา คือก้าวเดินไปข้างหน้าค่ะ

ไม่ใช่การเดินถอยหลัง หรือย่ำอยู่กับที่ 


4. อะไรคือความหวัง

โดยส่วนตัว ยึดเอาบุคคลในครอบครัวเป็นหลักมั่นในชีวิตค่ะ

เป็นทั้งความรัก ความหวัง กำลังใจ และพลังผลักดันที่ยิ่งใหญ่ในชีวิต

ลองทบทวนดูซิคะ ใครกันรักคุณโดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน

เหนื่อยยาก อยู่เคียงข้างทั้งยามทุกข์หรือมีรอยยิ้มในวันที่สุข

เรียกได้ว่า ทุกครั้งที่หันไปก็เจอ...นี่แหละค่ะ ความหวัง

.......................

ทั้งหมดเป็นความคิดเห็น แนวคิดส่วนตัวนะคะ

เพื่อนๆแต่ละคน ก็คงมีมุมมองที่ต่างกันไป

ก็ดีนะคะ มีTag  มาฝึกให้เราหัดคิด หัดทบทวนตัวเอง

ขอส่ง Tag นี้ต่อให้เพื่อนนะคะ

คุณ Greentale และ คุณ Klontom ค่ะ

(^_______^)

edit @ 19 Apr 2008 18:32:33 by นาฬิกาทราย

มองคนในแง่ร้ายยยย

posted on 18 Mar 2008 07:47 by sandglass  in LifeS

วันก่อนคุยกับน้องคนนึงที่สนิท

น้องเค้าถามว่า ''นี่มัยแกถึงได้มองคนในแง่ร้ายขนาดนี้เนี่ย''

จิงเหรอ??? ตอนแรกก็ถามตัวเองอย่างนั้นแหละ

แต่พอคิดไปคิดมาก็เห็นจะจริงแฮะ

ฉันแค่รู้สึกว่า เมื่อก่อนไม่ได้มีมุมมองแบบนี้

ฉันไม่ใช่คนอมทุกข์ขนาดที่โลกทั้งใบกำลังจะแตก หรือไม่เป็นมิตรกับคนทั้งโลก

หรือมีความสุขสุดขีด แบบว่าจะไม่มีวันพรุ่งนี้เหลือไว้ให้ใช้ชีวิต

ครั้งนึง ฉันมองคนด้วยสายตาที่เป็นบวก ตั้งแต่เริ่มรู้จัก

ทุกๆความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน เพื่อนร่วมงาน คนรู้จัก

หรือแม้แต่คนที่รักที่สุด................

แต่เมื่อผ่านเวลา หรือเหตุการณ์ต่างๆในชีวิต ที่ฉันได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง

คนที่ฉันให้เครื่องหมายบวกไว้แต่แรกเหล่านั้นแหละ

ที่หักหลังกันอย่างไม่น่าเชื่อ ผิดหวังที่คิดว่าเค้าจะดี จะจริงใจเหมือนอย่างที่เราคิด

ตอนนี้ ฉันเริ่มรู้จักใคร มันคงไม่ผิด ที่จะฝากเครื่องหมายลบเอาไว้ก่อน

แล้ววันนึง เวลาจะเปลี่ยนความรู้สึกของฉันเอง

หากเค้าดีจริง เวลาจะเป็นคนบอกเองนั่นแหละ

 ก็ไม่ผิดไม่ใช่เหรอ

ในเมื่อฉันไม่ได้อยากที่จะคาดหวัง หรือเสียใจเพราะใคร

ไม่ได้เป็นคนมองโลกเลวร้ายขนาดนั้นจริงๆนะคะ

เรียกว่ามันเปนกลไกป้องกันตัวเองได้รึเปล่า???